เลือกซื้อหมวกกันน็อคอย่างไรให้พอดี?

  • 23/06/2016
  • 6512 views
136

 

จะซื้อหมวกกันน็อคทั้งที ต้องเลือกให้พอดี!

135

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับหมวกกันน็อค

หมวกกันน็อคเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับการขับขี่มอเตอร์ไซค์ ทั้งเรื่องของความกระชับที่ไม่แน่นจนเกินไป และความปลอดภัยของศรีษะหากเกิดอุบัติเหตุ เราจึงอยากบอกเกร็ดความรู้เกี่ยวกับวิธีการเลือกหมวกกันน็อคให้กับนักขับทุกท่าน ทั้งเรื่องของการวัดขนาดรอบศรีษะ และการเลือกหมวกให้ตรงกับการใช้งานของคุณ

 

 

 

136

ประเภทของหมวกกันน็อค

ถึงแม้เราจะเรียกกันว่า “หมวกกันน็อค” แต่จริงๆแล้วคำๆนี้ยังมีแยกย่อยออกไปอีกหลายประเภท

 

  หมวกกันน็อคเต็มใบ

ข้อดี

* ปลอดภัยมากที่สุด เพราะหมวกป้องกันทุกจุดของศรีษะ

* ดีไซน์ที่ทำมาเพื่อลดแรงเสียดทานของลมทำให้การขับขี่ด้วยความเร็วที่สูงนั้นคล่องแคล่วขึ้น

* เข้ากับการใช้งานหลายประเภททั้งในสนามแข่ง และบนท้องถนนทั่วๆไป

ข้อเสีย

* ถึงแม้จะมีช่องระบายอากาศ แต่ก็ยังร้อนอยู่ดีในหน้าร้อน

* ขนาดค่อนข้างใหญ่สำหรับการพกพา

* ขอบเขตการมองเห็นค่อนข้างน้อย

  หมวกกันน็อคเปิดคาง

ข้อดี

* รวมจุดเด่นต่างๆของหมวกเต็มใบ และหมวกแบบเปิดหน้าเข้าด้วยกัน

* สามารถใส่ และถอดออกได้โดยไม่ต้องถอดแว่นออก

* รับประทานอาหารได้โดยไม่ต้องถอดหมวก

ข้อเสีย

* การป้องกันจะน้อยกว่าหมวกกันน็อคเต็มใบ

* หนักกว่าหมวกเปิดหน้า

* บางครั้งใช้ในสนามซ้อมไม่ได้

  หมวกกันน็อคเปิดหน้า (ทรงสปอร์ต)

ข้อดี

* โล่ง และเย็นสบายกว่าหมวกแบบอื่นๆเพราะเปิดบริเวณคาง

* ขอบเขตการมองเห็นกว้าง

* สามารถใส่ และถอดออกได้โดยไม่ต้องถอดแว่นออก

* รับประทานอาหารได้โดยไม่ต้องถอดหมวก

ข้อเสีย

* การป้องกันค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะบริเวณคาง

* ขนาดค่อนข้างใหญ่สำหรับการพกพา

* ส่วนมากไม่อนุญาตให้ใช้ในสนามซ้อม

  หมวกกันน็อคเปิดหน้า (แบบทั่วไป)

ข้อดี

* ดีไซน์ของหมวกจะสวย และมีสไตล์กว่ารุ่นอื่นๆ

* ถ้าติดชิลด์ก็สามารถขี่กลางฝนได้

* รูปร่างด้านนอกของหมวกทำมาเล็กกว่าแบบอื่น ทำให้ง่ายต่อการพกพา

ข้อเสีย

* ระดับการป้องกันน้อยกว่าแบบเต็มใบ และแบบเปิดคาง

* ชิลด์ที่ติดต้องยึดกัลสามจุด ซึ่งบางครั้งอาจหลุดได้

  หมวกกันน็อคครึ่งใบ

ข้อดี

* เล็ก และง่ายต่อการพกพา

* ถอด และสวมใส่ง่ายมาก

ข้อเสีย

* ระดับการป้องกันต่ำมาก

* การเกิดการปะทะแรงๆ หมวกอาจหลุด และก่อให้เกิดอันตรายได้

* ตามมาตราฐานญี่ปุ่น หมวกนี้จะใช้ได้หากคุณขับรถขนาดไม่เกิน 125cc

 
หมวกกันน็อควิบาก

ข้อดี

* แก๊ปด้านหน้าจะช่วยกันดิน และโคลนที่กระเด็นมาจากรถคันข้างหน้า

* หายใจสะดวกเพราะการ์ดคางที่ยื่นออกมา

* หาชุดวิบากให้เข้ากับลายของหมวกง่ายมาก

ข้อเสีย

* หมวกวิบากเกือบทั้งหมดจะไม่มิลด์หน้า โดยจะต้องใส่แว่นวิบากแทน

* หมวกวิบากบางแบบไม่สามารถใช้ขับบนถนนทั่วไปได้

* หมวกวิบากส่วนมากทำขึ้นเพื่อใช้ในทางวิบาก ดังนั้นเรื่องการป้องกันจึงจะต่ำกว่าหมวกเต็มใบ

 

 

 

วิธีวัดรอบศรีษะ

การใส่หมวกที่ใหญ่กว่าศรีษะเราถือเป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะเมื่อเกิดเหตุ หมวกจะไม่สามารถดูดซับแรงปะทะของศรีษะเราได้เต็มที กลับกันถ้าเราเลือกหมวกที่เล็ก และแน่นไป จะทำให้เจ็บศรีษะได้หากสวมใส่นานๆ เมื่อต้องการเลือกซื้อหมวกกันน็อคซักใบ โปรดใช้เวลาศึกษะอย่างละเอียดถึงขนาดของหมวก และศรีษะของเราก่อน

 

สี และลวดลาย

ด้านล่างนี้จะเป็นสีที่มักจะใช้ลงบนหมวกเต็มใบ และหมวกเปิดคาง

สีพื้น

หมวถึงจะลงสีเดียวทั้งใบ ข้อดีของสีพื้นนี้คือเราสามารถเลือกสีที่เข้ารถได้อย่างสบายๆ นอกจากนั้นยังหาสติ๊กเกอร์ หรือลายต่างๆมาติดลงบนหมวกได้อีกด้วย

  ลายกราฟฟิก

หมวกลายกราฟฟิกคือหมวกที่ตกแต่งด้วยหลายๆสี มีลวดลายสวยงาม แต่ก็ยังคงความเรียบง่ายไว้อยู่

  หมวกลายนักแข่ง

หมวกลายนักแข่งจะลงสีเหมือนกับที่นักแข่งดังๆใน Moto หรืองานแข่งอื่นๆใช้กัน พอใส่แล้วก็จะเหมือนมีวิญญาณนักขับเข้าสิงร่าง ความกล้าเพิ่มขึ้นหลายเท่า

การจะหาหมวกที่มีสีให้เข้ากับรถของเราคงจะยากหน่อย เพราะส่วนมากแล้วหมวกแบบนี้จะเน้นสีที่ฉูดฉาดไม่เหมือนใคร

 

มาตราฐานความปลอดภัย

เครื่องหมายเหล่านี้ที่อยู่ในหมวกกันน็อคจะแสดงถึงระดับความปลอดภัยของหมวกกันน็อคที่ใส่

  SG

เป็นเครื่องหมายว่าสินค้าได้มาตราฐานตาม Consumer Product Safety Association (CPSA) ถือเป็นหลักฐานว่าผ่านการับรองจากรัฐบาลแล้ว

  JIS

Japanese Industrial Standards (JIS) มาตราฐานอุตสาหกรรมการผลิตญี่ปุ่น ซึ่งมาตราฐานนี้จะครอบคลุมถึงระดับการป้องกันการกระแทก และความแข็งแรงของหมวก โดย JIS จะแบ่งเป็นสองระดับ คือระดับ 1 จะใช้กับรถที่มีขนาดเครื่องไม่เกิน 125cc และระดับ 2 สำหรับรถที่มีขนาดเครื่องเกิน 125cc ขึ้นไป หากคุณเป็นคนที่ให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยแล้ว JIS ถือเป็นเครื่องหมายหนึ่งที่ไว้วางใจได้

  SNELL

SNELL จะเป็นมาตราฐานที่สูงกว่า JIS โดยจะมีการตรวจสอบมาตราฐานทุกๆ 5 ปี การจะได้เครื่องหมายนี้มาถือว่ายากมาก เพราะมีมาตราฐานค่อนข้างสูง และเข้มงวด โดยจะเน้นเรื่องความต้านทานต่อแรงปะทะ หากมีเครื่องหมายนี้แล้ว สามารถสบายใจได้เลยในเรื่องของการป้องกันขณะเกิดเหตุ

  MFJ

เครื่องหมายนี้ไม่ใช่เครื่องหมายรับรองมาตราฐานความปลอดภัยเหมือนที่กล่าวมาข้างต้น เพราะเครื่องหมายนี้จะไว้ใช้สำหรับการอนุญาตเข้าร่วมการแข่งขัน MFJ เท่านั้น โดยจะดูทั้งเรื่องของสี รูปแบบ และอื่นๆอีกมาก หากคุณต้องการจะลงแข่ง MFJ แล้วล่ะก็ โปรดตรวจดูหมวกของคุณให้ดีๆก่อนลงสมัคร ไม่อย่างนั้นอาจโดนตัดสิทธิ์ได้ง่ายๆ

 

โปรโมชั่นประจำสัปดาห์

Weekly sale from Webike Thailand
Line@ banner
 

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

Return Top