65 ปีกับสุดยอดไบค์ของ Kawasaki!

  • 21/03/2017
  • 2640 views

 

หลังจากที่อาทิตย์ที่แล้วเราเกริ่นกันเรื่องประวัติความเป็นมาของ Kawasaki กันไปแล้ว ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าค่ายรถสีเขียวๆที่เรารู้จักกันจะทำอะไรใหญ่โตกว่าที่เราคิดมาก คราวนี้เรามาย้อนดูประวัติ 65 ปีของรถมอเตอร์ไซค์สายเขียวกันว่าปีไหนบ้างที่มีรถยอดฮิตออกมา รถคันไหนน่าจดจำ คันไหนที่ยังเป็นตำนานมาจนถึงทุกวันนี้

 

เครื่องยนต์แรกของ Kawasaki คือ KE-1 ที่ผลิตตั้งแต่ปี 1952 แต่เครื่องที่ได้นำไปใส่ในรถจริงๆนั้นคือ KB-5 ในรถ Meihatsu สามปีให้หลัง ซึ่งสามารถซิวตำแหน่งแชมป์แห่งความเร็วได้สำหรับรถคลาสเดียวกันในช่วงนั้น

 

รถแนวโมโตครอสของ Kawasaki เราอาจจะรู้จักกันแค่ไม่กี่รุ่น หลักๆก็คือ KLX แต่คันแรกที่เป็นจุดกำเนิดเลยรถสายนี้เลยคือ B8M ในปี 1963 เปิดตัวมาหมาดๆไม่พอยังสามารถคว้าตำแหน่งแชมป์โมโตครอสไปได้หลายรายการจนคนในสมัยนั้นเรียกเจ้าตัวนี้ว่า “ไอ้ถังแดง Furore” (Red-Tank Furore)

 

ในปี 1966 Kawasaki ผลิตรถขนาด 650cc. อย่าง W1 ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปถึงอเมริกา และได้รับการยอมรับว่าเป็นรถบิ๊กไบค์ที่มีประสิทธิภาพที่ดีมาก ในสมัยนี้ก็ยังมีบางคนที่เสาะหา W1 คันนี้อยู่เหมือนกัน

 

ประวัติเจ้าแห่งความเร็วของ Kawasaki เริ่มต้นมาจากรถ 500cc สามสูบ สองจังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศอย่าง H1 ซึ่งเร็วที่สุดในหมู่รถขนาด 500cc ด้วยกันในตอนนั้นจนได้ชื่อเล่นว่า “ม้าป่า” หรือบางคนก็เรียกว่า “ม้าพยศ” รุ่นนี้ก็คือรุ่นพ่อของ Ninja H2R ที่เราเห็นว่าเอามาทำท๊อปสปีดกันเป็นว่าเล่นนั่นเอง

มาถึงปี 1972 Kawasaki ก็ปล่อยสุดยอดตำนานออกมาที่ยังเป็นที่กล่าวขานมาจนถึงทุกวันนี้ รถคันนั้นก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Z1 นั่นเอง และในปีต่อมา Z2 ก็ตามมาติดๆ

Z1 วันเป็นรถ DOHC สี่สูบเรียง ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศคันแรกของโลกพร้อมสเปคสุดโหด เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ Kawasaki ขึ้นมายืนอยู่จุดสูงสุดของความแรงในยุคสมัยนั้น ยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตลาดต่างประเทศจนได้ชื่อว่าเป็น “ราชาแห่งมอเตอร์ไซค์” เนื่องจากยืนรั้งอันดับหนึ่งมอเตอร์ไซค์ยอดฮิตอยู่หลายปี

รถเทอร์โบชาร์จที่หลายๆคนอาจเห็นกันมาบ้างไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เด็ดดวงอย่างที่หลายๆคนคิดกัน แท้จริงแล้วมีมาตั้งแต่ยุค 1980 ซึ่งทาง Kawasaki จับเอามาใส่ใน Z750 Turbo Start ถือเป็นรถซุปเปอร์สปอร์ตเทอร์โบชาร์จคันแรกของ Kawasaki เลย

 

 

และแล้วก็มาถึงนินจาตัวแรกของสายเขียว ในปี 1984 GPz900R ไปเปิดตัวที่อเมริกาจนได้ชื่อเล่นมาว่า “Ninja” เป็นที่มาของ Ninja ที่เราขับกันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่แค่นั้น GPz900R ยังได้ชื่อว่าเป็น Bike of the Year อีกด้วย จากเครื่องยนต์ 4สูบ 16 วาล์ว DOHC แถมมีช่วงล่างที่กระชับ และเบา คว้าอันดับหนึ่งไปครองอยู่หลายตำแหน่งเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นท๊อปสปีด หรือการทำเวลา ¼ ไมล์ GPz900R ก็กินขาด ยังเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่หลายๆคนยังให้ความสนใจมาจนถึงทุกวันนี้

 

ในปี 1985 ก็เปลี่ยนมาเป็นสไตล์รถอเมริกันครุยเซอร์กันบ้าง ปีนี้เป็นปีแรกที่ Vulcan 750 เผยโฉมออกมาด้วยเครื่อง V-Twin ในปีเดียวกันนั้นเอง GPZ600R หรือที่เราเรียกกันว่า Ninja 600R ก็ออกสู่ตลาด ด้วยประสิทธิภาพการเบรค ระบบกันสั่นสะเทือน และดีไซน์ของเฟรมแบบใหม่ ทำให้นินจาคันนี้บูมสุดๆ แถมทิ้งคู่แข่งคลาสเดียวกันในช่วงนั้นอย่างไม่เห็นฝุ่น เพียงวันแรกที่แตะตลาดก็กอบโกยรายได้ไปอย่างมหาศาล

 

ซุปเปอร์ไบค์อย่าง Ninja ZX-10 ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1988 พร้อมกับอลูมิเนียม e-box เฟรม ที่ทำให้น้ำหนักของรถคันนี้ลดลงเหลือแค่ 225 กก. เท่านั้น สถิติการทำท๊อปสปีดก็สร้างประวัติให้กับ Kawasaki อีกครั้งหนึ่ง ดูจากรูปทรงแล้วก็แรงไม่เบาเลย

 

ในปีถัดมาต่อจาก ZX-10 มาติดๆ Kawasaki ก็ปล่อยอีกหนึ่งคันมาตีตลาดซึ่งก็คือ Zephyr นั่นเอง ซึ่งเป็นรถที่ย้อนกลับไปสู่แนวยุคก่อนๆ แถมยังทำสถิติยอดขายอันดับหนึ่งไปอีกสามปี ตลาดรถ 400cc ในช่วงนั้นจึงตกเป็นของ Kawasaki ตามมาด้วย Zephyr 750 และ 1100 โหมกระหน่ำลงสู่ตลาดรถมอเตอร์ไซค์เพื่อเรียกกลิ่นอายความคลาสสิคให้กลับคืนมา

หลังจากนั้นก็ยังมีรถใหม่ออกมาเรื่อยๆ แถมตำแหน่งแชมป์อีกหลายรายการไม่ว่าจะเป็น AMA Superbike Championship, FIM Endurance World Championship, Suzuka 8 Hours จนมาถึง 1988 ที่สุดยอดความงานสไตล์คลาสสิค W650 สองสูบตั้งออกมายลโฉม

 

ในปี 2003 ตำนานเมื่อปี 1972 ก็หวนกลับมาอีกครั้ง 30 ปีให้หลังในรูปแบบของซุปเปอร์เน็กเก็ต Z1000 เป็นรถอีกหนึ่งคันที่จัดให้เป็น 1 ในรถยอดเยี่ยมแห่งปี

รถสี่จังหวะโมโตครอสคันแรกของ Kawasaki จะเป็น KX250F เกิดจากความร่วมมือของทาง Kawasaki และ Suzuki ซึ่งในปีก่อนหน้านี้ทำออกมาเป็นรถสนาม และไปครองแชมป์มาแล้ว

ไม่ว่าค่ายอื่นจะเปิดตัวรถอะไรออกมา บัลลังก์เจ้าแห่งความเร็วถูก Kawasaki ทวงคืนอยู่ทุกครั้งไป ในปี 2006 นี้ก็เช่นกัน ด้วยสุดยอดโมเดล ZZR1400 ซึ่งก็คือ ZX-14 ของบ้านเราที่ในตอนนั้นเป็นเครื่องที่แรงที่สุดของ Kawasaki ตามมาติดๆในปีเดียวกันด้วยสองรุ่นขวัญใจชาวไทย ER-6n และ ER-6f รถเน็กเก็ตกับฟูลแฟริ่งตามมาด้วยปัญหาโลกแตกว่าจะซื้ออะไรดีระหว่างเน็กเก็ตกับสปอร์ตแฟริ่ง

 

ปีต่อมาก็ถึงคราวสายทัวร์ริ่งสมัยนั้นได้เฮกันลั่นจากการเปิดตัวของ Versys 650 ที่ใช้เครื่องเดียวกับ ER ยุคนั้นถ้าใครคิดจะเอามอเตอร์ไซค์ออกไปเที่ยวไกลๆ อยากขับสบายๆก็ไม่มีใครอื่นนอกจาก Versys เท่านั้น

 

2013 ถือว่าเป็นปีที่ชาวสปอร์ตสายเขียวรอคอยกันอย่างมาก เพราะสุดยอดรถสปอร์ตขนาดกลางที่หลายๆคน ต่างโหยหาอย่าง ZX-6R เปิดตัวออกมาอย่างอลังกาลจนทุกคนต่างกรีดร้องกันลั่น เพราะดูทรงแล้วจะเป็นรถสปอร์ตที่ใช้ขับไปมาทั่วๆไปได้ แถมยังได้ความแรงของเครื่องติดมาด้วย แต่รถเจ้ากรรมก็ลอยผ่านประเทศไทยไปอย่างน่าเสียดาย จนบัดนี้ก็หมดหวังกันไปตามๆกันแล้ว

แต่ความหวังของสายเขียวขนาดเล็กก็ยังไม่หมดมอดไปซะทีเดียว เพราะมี Ninja 300 ออกมาช่วยยังชีพเอาไว้ เป็นรถที่มีรูปทรงสปอร์ตดุดัน กำลังเครื่องดี มีเบรค ABS มาให้ มาพร้อมกับลูกสูบอลูมิเนียมไดแคสเป็นรุ่นแรกในรถทั้งหมดทั้งมวลของ Kawasaki จึงตกมาเป็นจุดขาย และรุ่นที่โด่งดังในหมู่คนไทยด้วยกันเอง ความหล่อถึงแม้จะน้อยกว่า ZX-6R ไปหน่อยแต่ก็ยังถือว่าไม่เลวเลยเหมือนกัน

 

หลังจากนั้นก็จะมีโฉมใหม่ออกมาเรื่อยๆ จนเมื่อปีที่แล้ว 2016 ทาง Kawasaki ก็ประกาศยุติการผลิต ER ทั้งสองรุ่นลงโดยจะเป็น Ninja 650 และ Z650 ที่มาแทนสองรุ่นนี้ทำเอาหลายๆคนน้ำตาไหลไปตามๆกัน ส่วน W800 ที่เพิ่งผลิตออกมาได้ 5 ปีก็ยุติการผลิตไปเช่นกันในปีนี้

จุดสนใจล่าสนของค่าย Kawasaki เห็นจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก Versys 300X ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ เอาใจคนสายทัวร์ริ่งที่ไม่อยากเอื้อมไปแตะ 650cc

นี่เป็นเพียงประวัติคร่าวๆของรถมอเตอร์ไซค์จาก Kawasaki เท่านั้น สามารถดูเวอร์ชั่นเต็มๆได้ที่เว็บไซต์ Kawasaki ได้เลยนะครับ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Kawasaki

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ได้ที่ Webike News!

 

Webike Thai Parts

Weekly sale from Webike Thailand
Line@ banner

 

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

Return Top