วิธีการปรับตั้งโช็ค Öhlins อย่างละเอียด! ไม่ยากอย่างที่คิด!!

  • 26/10/2016
  • 32448 views
OhlinsFeature

ดีไซน์ และฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของโช็ค Öhlins

โช็ค Öhlins ทั้งหมดนั้นเป็นโช็คประเภท Monotube แรงดันสูง ซึ่งในกระบอกโช็คจะประกอบไปด้วยน้ำมันและแก็สซึ่งจะทำงานแยกส่วนกัน โดยในแบบที่ (4) นั้นแก็สจะถูกพักใว้ที่ซับแท็งค์ภายนอกโดยอาศัยสายส่งเรียว่าแบบ External Reservoir แบบที่ (3) กระบอกซับแท็งค์จะติดอยู่กับตัวโช็คหรือที่เรียกกันสั้นๆว่า Piggyback แบบที่ (2) แก๊สกับน้ำมันแยกส่วนกันแต่อยู่ภายในกระบอกโช็คเดียวกันเรียกว่า Internal gas และแบบสุดท้ายคือแก๊สและน้ำมันผสมกันหรือเรียกว่า Emulsion Type ซึ่งจุดประสงค์หลักของโช็คอัพนั้นมีเพื่อรองรับ ดูดซับแรงกระแทก และช่วยลดแรงสั่นสะเทือนระหว่างพื้นผิวกับตัวรถนั่นเอง

และวันนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีปรับตั้งโช็คอัพของ Öhlins อย่างละเอียดและถูกต้อง ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินว่าจะเป็นประโยชน์แก่เหล่าไบค์เกอร์ไม่มากก็น้อยว่าแล้วก็ไปลุยกันเลย!!

Type

การปรับเซ็ตโช็คให้เหมาะกับรถ

ข้อควรระวัง! ก่อนการขับขี่ทุกครั้งต้องมั่นใจว่าได้ปรับตั้งให้อยู่ในค่ามารตฐานตามที่ Öhlins แนะนำมาให้แล้วอย่างถูกต้องครบถ้วน โปรดจำใว้ว่าการปรับตั้งนั้นควรทำทีละสเต็ปและปรับตั้งเพียงครั้งเดียวต่อครั้งเท่านั้น

สเต็ปที่ 1:

Spring Preload (สปริงพรีโหลด) – Free Sag (ล้อแตะพื้นไม่มีผู้ขับขี่) – Ride Height (มีผู้ขับขี่และสัมภาระ) วัดระยะห่างของโช็คก่อนการเซ็ตติ้ง สำหรับพรีโหลดนั้นเป็นส่วนที่สำคัญมาก ๆ ในการเซ็ตติ้งรถของคุณแต่ละครัง เพราะมันจะส่งผลโดยตรงต่อการขับขี่

หมายเหตุ! ขั้นตอนต่อไปนี้ควรจะดำเนินการบนพื้นที่ราบเรียบเสมอกัน

  1. ตั้งขาตั้งคู่หรือสแตนด์ยกรถเพื่อให้ล้อทั้งสองข้างของตัวรถลอยขึ้นจากพื้นดินและโช็คทั้งสองไม่มีภาระกดดันหรือการรับน้ำหนักใด ๆ
  2. มาร์กจุดที่จะเป็นตัวอ้างอิงเอาใว้สำหรับการวัดความห่างระหว่างช่วงยุบตัวของโช็คด้วยเทปกาวเช่น มาร์คจุดแรกที่แกนล้อจากนั้นมาร์กจุดสองที่ใต้เบาะ
  3. วัดระยะห่างจากจุดมาร์กที่ 1 ไปยังจุดมาร์คที่ 2 ดูตัวอย่างได้จาก (R1)
  4. วัดระยะห่างของช่วงยุบตัวโช็คหน้าจากจุดมาร์คที่ 1 ไปยังจุดมาร์กที่ 2 ดูตัวอย่างได้จาก (F1)
  5. พับขาตั้งคู่หรือสแตนด์ลงให้ล้อทั้งสองแตะพื้นเพื่อให้โช็คหน้าและหลังมีแรงกดแล้วทำการวัดอีกครั้ง ดูได้จาก (R2 and F2)
  6. ขึ้นไปนั่งคร่อมบนรถในตำแหน่งปกติ โดยยกขาทั้งสองขึ้นมาวางบนพักเท้า ทำโดยมีคนคอยจับรถเอาใว้ แล้วทำการวัดอีกครั้ง ดูตัวอย่างได้จากภาพและ (R3 and F3)

Ohlins

คำแนะนำในการวัด หากไม่มีคู่มือการปรับตั้งมาให้ ให้ทำการวัดระยะตามข้อมูลด้านล่างนี้

Free sag (R1-R2), (F1-F2) คือขณะที่โช็คไม่มีแรงกดใด ๆ และขณะที่ล้อแตะพื้น ระยะห่างด้านหลังจะอยู่ที่ 5-15 มม. ระยะห่างด้านหน้า 20-30 มม.

Ride height (R1-R3), (F1-F3) คือขณะที่โช็คไม่มีแรงกดใด ๆ และขณะที่มีคนขับขี่อยู่บนรถ ระยะห่างด้านหลังจะอยู่ที่ 25-35 มม. ระยะห่างด้านหน้า 30-40 มม.

หมายเหตุ! โปรดเช็คข้อมูลจากเว็บไซต์ของ Öhlins หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้ข้อมูลทีอัพเดตล่าสุด

สเต็ปที่ 2:

ปรับค่า: สปริงพรีโหลด

  1. หากวัดแล้วระยะห่างไม่ตรงตามคำแนะนำเบื้องต้นให้ทำการปรับตั้งสปริงพรีโหลดให้ตรงตามคู่มือ (ดูการปรับตั้งสปริงได้จากหัวข้อด้านล่าง)
  2. หากวัดขณะที่มีผู้ขับขี่แล้วระยะห่างไม่ตรงตามคำแนะนำเบื้องต้นและทำการปรับจนสุดเกลียวแล้วก็ยังไม่ได้อยู่ดี ให้ทำการเปลี่ยนสปริงให้อ่อนลงหรือแข็งขึ้น

ข้อควรระวัง! ค่าเรทสปริงที่ไม่ถูกต้องจะสังเกตุได้จากรูปทรงที่บิดเบี้ยวและระยะห่างของสปริงที่แคบกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้ส่งผลโดยตรงต่อการคอนโทรลรถ

Ohlins_Setup (1)

ปรับตั้งค่า: สปริงพรีโหลด

เมื่อทำการปรับตั้งสปริงพรีโหลด นั่นแสดงว่าสปริงมีแรงมากระทำ ฉะนั้นมันจะยุบตัวหรือยืดตัวไปตามแรงกระทำนั้น ๆ และหากว่าการปรับตั้งของคุณไม่ถูกต้องตามคำแนะนำหรือค่ามารตฐานมันจะไม่ช่วยอะไรคุณเลยในด้านของประสิทธิภาพ

วิธีเซ็ตติ้งสปริงพรีโหลด

1 ปรับตั้งในส่วนของกลไก ใช้ประแจ C ล็อคตรงนำแหน่งล็อคของแหวนปรับเกลียวดังรูป (1A) หมุนเกลียวล่างดังรูป (1B) ไปยังตำแหน่งที่ต้องการ หมุนทวนเข็มเพื่อคลายสปริงหรือหมุนตามเข็มนาฬิกาเพื่อย่นสปริงให้แข็งขึ้น

2 ปรับตั้งในส่วนของไฮโดรลิค หมุนปุ่มปรับไฮโดรลิคเพื่อเซ็ตค่าพรีโหลด โดยหมุนทวนเข็มเพื่อเพิ่มค่าพรีโหลดและหมุนตามเข็มนาฬิกาเพื่อลดค่าพรีโหลด

3 การปรับตั้งไฮโดรลิคที่ใช้กระปุกซับแท็งค์แบบติดโช็ค หมุนสกรูหกเหลี่ยมเพื่อเปิดระบบไฮโดรลิคและเซ็ตค่าพรีโหลด โดยใช้หลักการเดียวกันคือหมุนทวนเข็มและตามเข็ม

Ohlins_Setup (16)

A ระยะยืดสุดของสปริง

B ระยะที่ต่างจากเดิมเมื่อทำการปรับค่าพรีโหลดเสร็จเรียบร้อยแล้ว

การปรับค่า: คอมเพรซชั่น

ปรับโดยการหมุนปุ่มปรับที่บริเวณด้านบนเหนือซับแท็งค์ โดยหมุนตามเข็มนาฬิกาเพื่อหน่วง และหมุนทวนเข็มนาฬิกาเพื่อลดความหน่วงของโช็ค

การปรับค่าความหนืดด้านยุบตัว

  1. ปรับโดยการหมุนปุ่มสีดำด้านบนกระปุกแก๊ส หมุนตามเข็มนาฬิกาเพื่อเพิ่มความหนืดการยุบตัว และหมุนนทวนเข็มนาฬิกาเพื่อลดความหนืดการยุบตัว
  2. เป็นการปรับแบบเดียวกับข้อ 1 แต่เป็นประเภทโช็คที่มีกระปุกซับแท็งค์แยก
  3. ปรับโดยการใช้สกูหมุนด้านบนกระปุกแก๊ส วิธีการตามแบบข้อ 1
  4. ปรับโดยการใช้ประแจ High speed: ใช้ประแจ 6 เหลี่ยม Low speed: ให้ใช้สกรูหมุน วิธีการตามข้อ 1

การเริ่มต้นปรับระดับความหน่วงอีกครั้ง หมุนปุ่มปรับความหน่วงตามเข็มนาฬิกาจนสุดตำแหน่ง จากนั้นหมุนทวนเข็มนาฬิกา 1 ตำแหน่ง (นับ 0) นับจำนวนคลิ๊กจนกระทั่งได้ตำแหน่งที่แนะนำใว้ในคู่มือติดตั้ง

คำเตือน! อย่าใช้แรงมากจนเกินไป ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อซีลรองได้ต่อ

การปรับค่า: รีบาวน์

การควบคุมกำลังค่าความหนืดด้านการยืดตัว (รีบาวน์) เมื่อโช็คอัพกำลังยืดตัว และควบคุมความเร็วของโช็คอัพในการกลับสู่ตำแหน่งปกติหลังจากมีแรงกด

การปรับค่าความหนืดด้านยืดตัว หมุนเกลียวดำ (ตามรูป) หมุนตามเข็มนาฬิกา พื่อเพิ่มความหนืดด้านยืด หมุนทวนเข็มนาฬิกา เพื่อลดความหนืดด้านยืด

การปรับเริ่มต้น หมุนตามเข็มนาฬิกาให้หมดคลิ๊ก (ตำแหน่ง 0) หมุนทวนเข็มนาฬิกาเพื่อเปิด หมุนตัวปรับต่อไปจนได้ระยะคลิกตามต้องการ

คำเตือน! อย่าใช้ความรุนแรงซึ่งจะนำไปสู่ความเสียหายของตัวซีลโช็คได้

Ohlins_Setup (10)

การปรับค่า: ความยาว

โช็คอัพที่สั้นก็จะทำให้มอเตอร์ไซค์อยู่ในลักษณะต่ำ มุมมององศาของโช็คหน้าก็จะเพิ่มขึ้น โช็คอัพที่ยาวก็จะทำให้มอเตอร์ไซค์อยู่ในลักษณะที่สูงขึ้นมุมมององศาโช็คหน้าก็จะลดลง

ซึ่งในจุดนี้สำคัญมากให้จำเอาใว้เลยว่ารถระดับซุปเปอร์สปอร์ตหรือรถสนามนั้นการปรับตั้งเพียงน้อยนิดก็ส่งผลต่อตัวรถมากมายแล้ว

การปรับความยาว

  1. ถอดโช็คอัพออกจากมอเตอร์ไซค์
  2. ใช้อุปกรณ์ดังรูปด้านล่างจับน็อตด้านบนใว้ข้างหนึ่ง ขณะเดียวกันใช้อุปกรณ์คลายน็อตตัวล่าง ปรับค่า End eye/bracket ตามความต้องการ
  3. หมุน 1 รอบ ช 1 มม. ของความยาวโช้ค

คำเตือน! อย่าลืมล็อคน็อตหลังการปรับคตั้งทุกครั้ง

คำเตือน! การปรับค่า End eye/bracket นั้นต้องไม่หมุนให้น็อตหลุดออกไปจนเกินขีดที่กำหนดให้ และหลังการปรับตั้งแล้วให้ทำการขันน็อตล็อคให้แน่น

หมายเหตุ! หลังการปรับตั้งกรุณาเช็คไฟหน้าว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่

การบำรุงรักษาโช็คอัพ

การซ่อมบำรุงรักษาและการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการรบกวนในการทำงาน และทำให้โช็คทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

การทำความสะอาด ทำความสะอาดโช็คอัพภายนอกด้วยน้ำยาทำความสะอาดแบบอ่อน ตามด้วยลมเป่าให้สิ่งสกปรกหลุดออกให้หมด ยก Bump rubber ขึ้นและทำความสะอาดพื้นที่ด้านล่าง ควรรักษาโช็คให้สะอาดและสเปรย์ด้วยน้ำมัน (WD40,CRC-5-56 หรือเทียบเท่า) หลังจากล้างควรเช็คคราบน้ำมันส่วนเกินออกให้หมด

คำเตือน! ไม่ควรฉีดน้ำโดยตรงเข้าไปในลูกบิดที่ใช้การปรับ และ/หรือที่ตัว Ball joint (1)

การตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบ ball joint(1) เพื่อหาสิ่งสกปรกตกค้าง
  2. ตรวจสอบ Piston shaft (2) เพื่อหารอยรั่วแลความเสียหาย
  3. ตรวจสอบที่ตัวโช็คอัพ เพื่อหาความเสียหายภายนอก
  4. ตรวจสอบกระบอกบรรจุแก๊ส  เพื่อหาความเสียหายภายนอก ที่อาจทำให้ Piston ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีอิสระ
  5. ตรวจสอบความสึกหรอของชิ้นส่วนที่เป็นยาง
  6. ตรวจสอบจุดติดตั้งระหว่างตัวโช็คอัพกับรถ

การเซอรวิส

รถแข่ง: ทุก ๆ  10 ชม.ของการใช้งาน สูงสุด 20 ชม. ต่อการเซอร์วิสและเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน

รถทั่วไป: ใช้บนถนนสาธารณะทั่วไป 30,000 กม.

หมายเหตุ! ใช้เฉพาะของเหลวจาก Öhlins ที่เป็นดิลเลอร์เท่านั้น

คำเตือน! ห้ามเปลี่ยนแก๊สที่มีความดันต่างไปจากไนโตรเจนเป็นอันขาด

Ohlins_Setup (2)

Thanks Information: Ohlinsasia

 

โปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษประจำสัปดาห์ 

Weekly sale from Webike Thailand

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

Return Top