ตำนานทีม Yamaha Thailand ที่กำลังทะยานสู่เวทีระดับโลก

  • 10/03/2017
  • 1433 views

 

ทีมแข่งชื่อดังของไทย Yamaha Thailand Racing Team ที่ดำเนินการ และดูแลโดย Thai Yamaha Motor Co., Ltd. (TYM) ถือเป็นทีมแข่งที่สร้างชื่อเสียงโดงดังมากในเอเซีย และยังเป็นที่จับตามองทุกการแข่งขันที่มีทีมนี้ เพราะเป็นทั้งแชมป์ที่สนามช้างรุ่น SS600 ทำอันดับได้ที่ 5 ในทีมยามาฮ่าของรุ่น AP250 และอันดับสองใน All Japan ST600 แม้กระทั่งสื่อต่างชาติอย่าง Yamaha ที่ญี่ปุ่นยังยกย่องให้ว่าเป็นทีมแข่งชั้นนำในเอเซียเลยทีเดียว

 

 

ทางฝ่ายการตลาดของ TYM เล่าว่าจุดมุ่งหมายของทีมยามาฮ่าก็คือต้องการสร้างนักแข่งให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของโลกมอเตอร์ไซค์ ฉะนั้นจึงได้มีการให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนอยู่ตลอดมา ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายเมื่อปี 2015 ที่ YZF-R3 เพิ่งออกมาใหม่ๆสองฮีโร่ของไทยอย่าง เดชา กับ เฉลิมพล ติดงานแข่งอยู่ไม่อย่างนั้นคงได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ YZF-R3 แทนรอสซี่แล้ว

 

ในขณะที่ทาง TYM กำลังมองหาช่องทางที่จะดันนักแข่งขึ้นสู่ระดับพรีเมียรส์คลาส นั่นจึงทำให้ทีมแข่ง Norick เข้ามาให้ความร่วมมือ ซึ่งทีม Norick นี้ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2006 จากนักแข่ง World GP 500cc ที่ชือ Norifumi Abe หรือที่ใครๆก็เรียกว่า Norick นั่นเอง แต่จากอุบัติเหตุบนถนนทำให้เขาเสียชีวิตลง หน้าที่คุมทีมแข่งจึงตกเป็นของพ่อเขา Mitsuo Abe แทนที่เป็นนักแข่งเก่ามือฉมังไม่แพ้ลูกชายเลย

 

 

ทีม Norick จะเน้นให้การสนับสนุนนักแข่งรุ่นเยาว์โดยการดึงตัดเข้ามาฝึกกับ Team Norick เพื่อขึ้นสู่คลาส GP ซึ่งในปี 2016 นักแข่งจากไทยมีสองคนที่ได้รับเลือกไปนั่นก็คือ พีรพงศ์ บุญเลิศ และ เขมินท์ คูโบะ ลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น ทั้งคู่เป็นคนที่คุณ Abe เล็งเห็นว่ามีพรสวรรค์ และมีแนวโน้มที่จะได้ขึ้นสู่ระดับโลกอย่าง MotoGP ทีมใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่าง Yamaha และ Norick จึงเกิดขึ้น และได้ชื่อว่า Yamaha Thailand Team Norick โดยมีคุณ Abe เป็นผู้ฝึกสอนอยู่ที่ญี่ปุ่น

 

 

คุณ Abe เล่าว่าตอนที่ลูกชายของเขาพร้อมเข้าแข่ง All Japan ตั้งแต่ 18 แต่เนื่องด้วยกฎที่ตั้งไว้ที่ 19 ทำให้ต้องรอไปอีกหนึ่งปี เมื่อเขาได้มือดีทั้งสองอย่าง พีรพงศ์ กับ เขมินท์ มาร่วมทีมซึ่งอายุยังน้อยอยู่ทำให้เขาต้องรีบเร่งมือฝึกปรือทั้งสองเพื่อให้พร้อมสู่สนามระดับโลก โดยตอนแรกเขาได้ส่งทั้งสองลงแข่ง Moto2 ก่อน

 

 

คุณ Abe เล่าว่าตอนที่ลูกชายของเขาพร้อมเข้าแข่ง All Japan ตั้งแต่ 18 แต่เนื่องด้วยกฎที่ตั้งไว้ที่ 19 ทำให้ต้องรอไปอีกหนึ่งปี เมื่อเขาได้มือดีทั้งสองอย่าง พีรพงศ์ กับ เขมินท์ มาร่วมทีมซึ่งอายุยังน้อยอยู่ทำให้เขาต้องรีบเร่งมือฝึกปรือทั้งสองเพื่อให้พร้อมสู่สนามระดับโลก โดยตอนแรกเขาได้ส่งทั้งสองลงแข่ง Moto2 ก่อน

 

 

การฝึกแข่งรถสปอร์ตนั้นไม่ใช่แต่จะขับบนรถที่ใช้แข่งอย่างเดียวเท่านั้น คุณ Abe ยังวางโปรแกรมฝึกซ้อม 6 วันต่ออาทิตย์ มีบางวันให้ทั้งสองคนฝึกขับทั้ง เดิร์ทไบค์ โมตาด โมโตครอส แถมยังมีเข้ายิมฝึกร่างกายอีกด้วย

 

ทางทีมยามาฮ่าเน้นย้ำเสมอว่าการจะเป็นนักแข่งที่ดีได้ไม่ใช่ว่าจะเร็ว แซงคนอื่น เข้าอันดับหนึ่งอย่างเดียวเท่านั้น เพราะนักขับแต่ละคนก็เป็นหน้าเป็นตาของทีม ทุกคนในทีมล้วนเกี่ยวข้องกันหมดไม่ว่าจะเป็นช่าง สต๊าฟ โค้ช และเพื่อนร่วมทีม สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือความเข้าใจกัน และทีมเวิร์ค ซึ่ง Suzuka 4 Hours จะเป็นตัวชี้วัดความร่วมมือกันระหว่างสต๊าฟทุกคนกับนักแข่ง

 

 

ทั้งเขมินท์ และพีรพงศ์ออกตัวดีมากในการแข่งขันครั้งนั้น โดยขึ้นมาอยู่ในแนวของกลุ่ม เป็นที่น่าเสียดายที่พีรพงศ์เกิดพลาดท่าล้มเสียก่อน ถึงแม้จะสามารถกลับลงมาแข่งต่อได้ แต่ก็ไม่สามารถทดแทนเวลาที่เสียไปจากการล้มทำให้พลาดโอกาสคว้าแชมป์ไปหนึ่งรายการ และพีรพงศ์ที่ล้มจากการแข่งครั้งนี้ทำให้บาดเจ็บ และต้องเดินทางกลับไทย ส่วนเขมินท์ที่ยังคงฝึกฝนต่อกับทีม Norick ก็สามารถคว้าแชมป์ Motegi ได้ในเวลาต่อมา ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดของเขาเลยก็ว่าได้ ในมุมมองของคุณ Abe เห็นว่าการได้มาฝึกลงสนามแข่งใหญ่ๆถือเป็นการฝึกปรือฝีมือ ประสบการณ์ และสมาธิของทั้งสองเป็นอย่างมาก ในฤดูการปี 2017 นี้ทั้งคู่คงจะมีผลงานที่ดีเลยทีเดียว พีรพงศ์กลับไทยมาลงแข่ง AP250 ต่อเพื่อมุ่งหวังไปให้ถึง Moto 3 ส่วนเขมินท์ที่ยังคงอยู่กับทีม Norick ก็เข้าสู่ J-GP2 เพื่อก้าวสู่ Moto 2 ในอนาคต

 

 

TYM นั้นมีความท้าทายใหม่ๆเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน และทีม Norick ก็จะเป็นตัวช่วยสนับสนุนให้ทีมยามาฮ่าประสบความสำเร็จต่อๆไป

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก global.yamaha-motor.com/jp

 

 

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

Return Top