สุดยอด 10 คุณสมบัติของ Kawasaki ZX-10R ปี 2016

  • 18/03/2016
  • 7208 views
header

 

จากการแพ้ในการทดสอบเมื่อเทียบกับ Aprilia RSV4 RR ที่ผ่านมานั้นก็ยังไม่ใช่เหตุผลที่เราจะมองข้ามรถคันนี้ไปได้ การปรับปรุงอย่างสมบูรณ์ของ  Kawasaki Ninja ZX-10R โฉมปี 2016 นั้นทำให้มันเป็นรถจักรยานยนต์ที่น่าประทับใจที่สุด การออกแบบ ZX-10R รุ่นก่อนนั้นถือว่าเป็นงานยากมากสำหรับวิศวกรของ Kawasaki ที่จะต้องทำให้สามารถคว้าแชมป์ World Superbike และทำให้มันดียิ่งขึ้นไปอีก และทีมสีเขียวทีมนี้ก็สามารถทำได้สำเร็จ สัปดาห์นี้เราจึงจะขอพาทุกท่านไปพบกับ 10 สุดยอดคุณสมบัติของรถซุปเปอร์ไบค์  ZX-10R โฉมใหม่นี้กัน

 

10 ภาพลักษณ์

 

ไม่มีใครอยากจะขี่รถจักรยานยนต์ที่ดูน่าเกลียดแน่นอน และนั่นโชคดีที่เจ้า Kawasaki Ninja ZX-10R  ไม่ได้เป็นอย่างนั้น ซึ่งโฉมใหม่นี้ดูไม่แตกต่างจากโฉมเดิมซักเท่าไรนัก (ทั้งสองรุ่นก็ไม่ได้ได้ดูแย่นะ)  ด้านหน้าของตัวรถนั้นดูน่าสนใจมาก รวมถึงระบบท่อไอเสียก็ไม่ได้ดูแย่ และสีเขียวแบบ Kawi green ที่เป็นเสมือนเครื่องหมายการค้าก็ทำให้ยามที่เรามองดูตัวจริงของรถนั้นดูดีกว่าดูจากรูปถ่ายมาก  มาดูที่ก้านแม็กแบบ 3 ก้าน เมื่อเทียบกับล้อแม็กแบบ 10 ก้าน (อย่างเช่น  Honda CBR1000RR) แล้วก็ทำออกมาได้ดีสวยลงตัวทีเดียว

รูปลักษณ์ของ Kawasaki  โฉมใหม่นี้เมื่อเทียบกับ  Ducati Panigale บอกได้เลยว่าไม่มีคำว่าน้อยหน้าอย่างหน้าอย่างแน่นอน

 

9 เฮดเดอร์ไทเทเนียม

 

มาพูดถึงสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกสบายตายเมื่อได้เห็นกันบ้างครับ รถจากโรงงานที่มีระบบท่อไอเสียแบบเฮดเดอร์เป็นไทเทเนียมมาเลยนั้นแทบจะไม่มีให้เห็นเลยเหลือเชื่อมากที่คันนี้ติดตั้งมาให้เลย การที่ระบบท่อไอเสียมีเฮดเดอร์ไทเทเนียมมาให้เลยแบบนี้ทำให้เราสามาถหาปลายท่อแบบ slip-on มาใส่ได้เลย ซึ่งสีน้ำงิน และม่วงของคอท่อทำให้เวลาเรามองดูมันแล้วรู้สึกถึงความสวยงามและสบายตานั่นเอง

ในฐานะที่มันเป็นเครื่องยนต์ในระดับ top-heavy ดังนั้นมันจึงแรงโดยธรรมชาติอยู่แล้ว หรือพูดง่าย ๆ คือ แรงตั้งแต่เกิด

 

8 จุ๊บลมงอ 90 องศา

 

จุดเด่นที่น่าภูมิใจอีกอย่างหนึ่งของ ZX-10R ก็คือ “ จุ๊บลมงอ 90 องศา ” นั่นเอง มันเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความใส่ใจในรายละเอียดได้เป็นอย่างดี ปัญหาการเช็คลมยางของล้อหน้าหลัก ๆ นั้นจะเกิดจากการที่มีดิสเบรคตัวใหญ่ ๆ ถึง 2 ตัว และการที่มีจุ๊บลมแบบตรงทำให้การเช็คลมยางนั้นทำได้ลำบากมาก แต่การมีจุ๊บลมงอ 90 องศา ตัวนี้ทำให้เราสามารถเติมลมได้อย่างสะดวกและง่ายดายมาก ทำไมรถมอเตอร์ไซค์ทุกคันไม่มีจุ๊บลมงอมาให้นะ!

 

7 กระจกที่ใช้งานได้ดี!

 

ซุปเปอร์ไบค์อย่าง ZX-10R ที่ใช้สำหรับสนามแข่งนั้นวัตถุที่อยู่ข้างหลังคุณจะไม่มีความสำคัญแต่อย่างใด และในการแข่งขันนั้นก็ไม่มีใครหันมามองข้างหลังด้วย แต่ในความเป็นจริงเรายังต้องใช้รถบนท้องถนนเราจึงจำเป็นต้องสอดส่องระมัดระวังกับสิ่งรอบข้าง รวมทั้งด้านหลังของเราด้วย ซึ่งต้องขอบคุณรถโฉมปี 2016 นี้ด้วยที่ออกแบบกระจกข้างออกมาได้อย่างลงตัว ทำให้การมองวิวในด้านหลังดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

6 ขอบคุณ โช๊คกันสะบัด

 

โช็คกันสะบัดนั้นเป็นไอเทมอีกชิ้นหนึ่งที่ไม่ควรขาดสำหรับรถซุปเปอร์ไบค์ เพราะมันจะช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ้งเจ้า ZX-10R  คันนี้ติดตั้งโช็คกันสะบัดระบบไฟฟ้าจาก Öhlins มาพร้อมสรรพ และมันสามารถทำงานได้อย่างเยี่ยมแถมยังสวยงามอีกด้วย โดยมันจะสามารถเซ็ตค่าและสั่งงานจากกล่อง ECU ได้อย่างแม่นยำเพื่อให้มันทำงานได้ตามที่เราต้องการ  ซึงจากการทดสอบในสนามด้วยความเร็วสูงนั้นมันกระดิกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากที่เราคิดว่ามันจะดิ้นมากกว่านี้ ตัวนี้บอกเลยว่าเยี่ยม!

 

5 ยางหนึบ ๆ จากโรงงาน

 

เมื่อไม่นานมานี้เราได้ทำการทดสอบในสนามแข่งกับยางมาตรฐานของรถซุปเปอร์ไบค์ และด้วยระบบเทคโนโลยีของยาง (ระบบอิเล็คทรอนิคที่ดีช่วยให้นักขับสามารถควบคุมรถตัวเองได้) ทำให้การทดสอบจากสนามทำได้ดีเยี่ยม โดยเจ้า ZX-10R คันนี้ใช้ยาง Bridgestone Battlax RS10 R  ซึ่งรหัส R นั้นหมายถึงยางที่มีค่าคอมปาวด์เหมาะกับการใช้งานบนท้องถนนของยางจาก Bridgestone จากการทดสอบความสามารถทั้งยางหน้า และยางหลังของ RS10 R นั้นทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจตลอดทั้งวันของการทดสอบ

 

4 ชุดคันเกียร์แบบ Quickshifter จากโรงงาน

 

เช่นเดียวกับจุ๊บลมงอ 90 องศา การติดตั้งชุดคันเกียร์แบบ quickshifters มาจากโรงงานควรจะมีในรถสปอร์ตไบค์ทุก ๆ คัน ในที่สุดโรงงานคาวาซากิก็ได้ติดตั้งมันกับรถในรหัส ZX-10R คันนี้ ซึ่งมันใช้งานได้ดีมากเหมาะสำหรับการใช้ความเร็วสูงบนท้องถนน แต่ประโยช์ที่แท้จริงของมันคือเพื่อใช้ในสนามแข่ง จากการที่ติดตั้งคันเกียร์แบบนี้มาให้นั้นทำให้การวางท่าขับเกิดความบาลานซ์การปิดเปิดคันเร่งพร้อมการใช้คลัทช์ทำได้อย่างสมูทนุ่มนวล และช่วยให้การเข้าเกียร์ในขณะแบนโค้งสามารถทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้นส่งผลให้จังหวะการเชนเกียร์ทำได้รวดเร็วสามารถออกจากโค้งหรือเข้าโค้งได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

 

3 ระบบสวิทช์ที่ดูเรียบง่าย

 

ความก้าวหน้าของระบบอิเล็คทรอนิคกับนักขับ ณ ปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้รถมอเตอร์ไซค์ต้องมีปุ่มควบคุมอิเล็คทรอนิคบนแฮนบาร์ที่เพียงพอเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในลักษณะที่แตกต่างกันไป ซึงรถมอเตอร์ไซค์บางคันนั้นมีปุ่มควบคุมที่ดูสับสนใช้งานยากเกินไป (ลองสำรวจ Ducati กับ BMW ของคุุณดู ) แต่ ZX-10R คันนี้มากับปุ่มควบคุมที่ใช้งานง่ายมาก ๆ ทุกเมนูอยู่ในสวิทช์เพียงปุ่มเดียวที่อยู่ตรงประกับซ้ายมือเรา

 

2 ระบบชุดหน้าที่ที่ยอดเยี่ยม

 

คาลิปเปอร์ Brembo M50 คือระบบเบรคหน้าที่ยอดเยี่ยม ถ้าใครที่ติดตามระบบเบรคจากตระกูล M0 มาจะรู้เลยว่ามีคนรักในชื่อนี่้มากแค่ไหน อีกทั้งสายเบรคถักมาจากโรงงานทำให้ความรู้สึกเมื่อได้สัมผัสนั้นดีมาก และยังได้ระบบโช็คหน้าจาก Showa ทำให้ได้รับความรู้สึกในการขับขี่ดีเยี่ยม เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับการขับขี่และได้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่

 

1 ระบบอิเล็คทรอนิคส์

 

เช่นเดียวกับระบบช่วงหน้าของ ZX-10R โฉมใหม่ สิ่งที่น่าประทับอีกอย่างของมันคือ “ ชุดอิเล็กทรอนิกส์ “ ของคาวาซากิ ที่ติดตั้งมากับรถใหม่คันนี้หลัก ๆ เลยก็คือชุด  traction control ที่ได้ทำการโปรแกรมกล่อง ECU ให้มีระบบแบบผสม (hybrid) ด้วยขั้นตอนวิธีการแบบคาดเดาปฏิกริยาล่วงหน้าได้ มันจึงเป็นระบบที่เข้ามาควบคุมล้อทั้งสองของเราให้มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งมันจะทำงานก็ต่อเมื่อล้อหลังเกิดอาการหมุนช้ากว่าล้อหน้า โดยจะเกิดจากการลื่นไถลหรือที่เราเรียกกันว่าอาการสลิป จากสภาพของท้องถนน ยกตัวอย่างเช่น เศษหิน ดิน ทรายแม้กระทั่งขับรถตอนฝนตก หรือผู้ขับรถคันนั้นๆได้ออกตัวแรงจนล้อหลังเกิดอาการฟรีและเสียการทรงตัวไป ในขณะเปิดคันเร่ง (ระบบ TRC จะทำงานก็ต่อเมื่อเราเปิดคันเร่งเท่านั้น) ซึ่งระบบ TRC จะเข้ามาทำการตัดกำลังของเครื่องยนต์เพื่อที่จะลดกำลังของล้อทางด้านหลังเพื่อไม่ให้ล้อหลังฟรี และกลับมาจับกับพื้นถนนได้อีกครั้งได้อย่างรวดเร็ว และนี่คือสุยอดรถซุปเปอร์ไบค์แห่งผู้นำ KAWASAKI ZX-10R

 

ขอบคุณข้อมูลจาก motorcycle.com

ติดตามข่าวสารอัพเดตก่อนใคร Subscribe

 

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

Return Top