4 อย่างที่ไม่ควรทำเมื่อเกิดอุบัติเหตุ (ความรู้จากนักกฎหมายชื่อดัง)

  • 28/04/2016
  • 5084 views

 

ถึงเราจะเป็นคนที่ขับรถแบบปลอดภัยแค่ไหนก็ตาม บางครั้งถ้าเกิดโชคร้ายจริงๆอุบัติเหตุก็อาจเกิดขึ้นกับเราก็เป็นได้ และถ้าวันไหนมันเกิดขึ้นจริงๆ เราควรจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่อาจส่งผลกระทบถึงเราได้

 

อย่ารับผิดในที่เกิดเหตุ(กรณีก้ำกึ่ง)

เวลาเกิดเหตุและต้องหาคนผิดคนถูก สิ่งที่เราคิดอยู่นั้นอาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเสมอไปเพราะหลายครั้งเราอาจจะคิดว่าเราเป็นฝ่ายผิด(ในกรณีก้ำกึ่ง) แต่เราก็ไม่ควรจะเที่ยวไปบอกกับตำรวจหรือคู่กรณีว่าเราเป็นคนผิด และจะขอรับผิดชอบทุกอย่างเอง แม้แต่คำว่า “ขอโทษ” ก็อาจต้องหลีกเลี่ยงในบางครั้งเพราะคำๆนี้อาจนำไปสู่การเข้าใจผิดได้

หากเราต้องการจะถามคู่กรณีว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า หรือเรื่องอื่นๆนั้นก็จะไม่เป็นอะไรแต่ขอให้หยุดไว้แค่นั้นพอ เพราะคำขอโทษ หรือคำที่เราบอกว่าเราเป็นคนผิดเองสามารถนำไปใช้ในการตัดสินว่าใครผิดใครถูกได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ให้ว่ากันไปตามเนื้อผ้ารอประกันหรือตำรวจมาจะดีที่สุด

 

อย่าไปยอมกับคำว่า “ช่างมันเถอะแค่นี้เอง”

การต้องมาเคลียร์เรื่องกันหลังเกิดเหตุนั้นเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวที่สุดแล้ว จึงไม่แปลกเลยที่หลายๆคนจะพูดว่า “ช่างมันเถอะ” หรือ “เจ๊าๆกันไป” ก่อนจะแยกทางไปของใครของมัน แต่ถึงแม้จะเป็นแค่รอยขีดเล็กๆ หรือรอยบุบนิดๆหน่อยๆ เราก็ควรจะเรียกประกันมาเคลียร์จะดีกว่า เพราะถ้าไม่อย่างนั้นแล้วบริษัทประกันอาจจะไม่ยอมจ่ายค่าซ่อมให้เราก็เป็นได้

ในขณะที่เล่าเรื่องให้ประกันฟัง หรือถ้าตำรวจ(ในกรณีที่มีตำรวจเข้ามาช่วยเหลือในเหตุการณ์) เราควรจะเล่าแค่รูปการณ์เท่านั้น ให้เลียกเลี่ยงอะไรอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น คิดว่าเขาจะหักหลบไปเอง กำลังหยิบของในกระเป๋าอยู่ หรือใจลอย เป็นต้น เพราะคำพูดเหล่านี้อาจทำให้เรากลายเป็นคนผิด หรืออาจจะโดนประมาทร่วมก็ได้ ซึ่งก็จะทำให้เรามีปัญหากับประกันเวลาเคลมค่าเสียหาย เพราะถ้าหากเราเป็นฝ่ายผิดแล้ว เราจะต้องเสียค่าเบี้ยประกันเพิ่มในปีถัดไป

 

อย่าคิดไปเองว่าเราไม่บาดเจ็บ

หลายๆครั้งที่อาการบาดเจ็บจะไม่ได้ปรากฎมาให้เห็นจนกว่าเวลาจะผ่านไป 3-4 ชั่วโมง หรือบางทีอาจจะเป็นวันหลังเกิดเหตุ ถึงแม้เราอาจจะแค่โดนกระแทกแล้วรู้สึกว่าไม่เป็นอะไรในขณะนั้นก็ตาม แต่พอเวลาผ่านไปสักพักหนึ่งกูก็อาจจะมีอาการเจ็บแปล๊บๆตามเนื้อตัวได้ ทางที่ดีก็ควรไปให้หมอตามคลีนิคตรวจเช็คเป็นดีที่สุด

เราต้องพึงระวังไว้เสมอว่าถ้าหากระหว่างเหตุการณ์ เราบอกกับประกัน หรือตำรวจไปว่าเราไม่เป็นอะไร แต่แล้วหลังจากนั้นไม่กี่วันอาการบาดเจ็บของเราเริ่มกำเริบขึ้นมา บริษัทประกันอาจไม่รับผิดชอบต่ออาการบาดเจ็บของเราก็เป็นได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่าอาการบาดเจ็บของเรานั้นเกิดขึ้นก่อนหรือหลังอุบัติเหตุ

 

โทรเรียกประกันคือตัวช่วยที่ดีที่สุด

หลายๆคนอาจคิดว่าประกันเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น แต่เราจะไม่สามารถรู้ได้ว่าอุบัติเหตุนั้นจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่ บางคนเจอชนแล้วหนีก็ยังสามารถไปเคลมกับประกันได้ แต่ถ้าเกิดเราไม่มีประกันขึ้นมา วันดีคืนดีโดนรถบรรทุกชนยับตอนเราจอดทิ้งไว้เฉยๆแล้วหนีไปดื้อๆ เราก็ได้แต่นั่งน้ำตาตก รถยังผ่อนไม่หมดก็ต้องมาเสียเงินซ่อมอีก ที่สำคัญคือเดี๋ยวนี้บริษัทประกันในไทยมีแข่งกันเยอะ เราจึงสามารถเลือกหาเจ้าถูกๆได้ไม่ยากนัก สรุปคือมีประกันไว้อุ่นใจสุด

ทีนี้มาถึงตอนเกิดเหตุกันบ้าง อย่างทีกล่าวไปข้างต้นว่าเราอย่าเพิ่งไปรับผิดในที่เกิดเหตุ ณ ตอนนั้น ทางที่ดีควรเรียกให้ประกันมาเคลียร์จะดีกว่า เพราะบางทีเราอาจจะคิดว่าเราผิดเนื่องจากตื่นตระหนก หรืออะไรต่างๆนาๆโดยมองข้ามบางจุดไป ซึ่งประกันที่มาจะไม่พลาดจุดต่างๆเหล่านี้แน่นอน

 

เกี่ยวกับเจ้าของบทความ: John Zaid เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ เขาเป็นคนที่ชอบแบ่งปันความรู้ เคล็ดลับดีๆให้สมาชิกทั้งหลายที่ติดตามบล็อกของเขา

เข้าไปอ่านข้อมูลบทความต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ www.ZaidLaw.com

 

เครดิต: Motorcycle.com

ดูโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษได้ที่ Weekly Sale

สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสาร และสิทธิประโยชน์อีกมากมาย >>สมัครสมาชิก<

 

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

Return Top